สถาบันกวดวิชาเกรทคาเด็ทติวเตอร์ 

โทร. 09-4950-9159, 09-4950-9591, 0-2102-0703,  

 แฟกซ์ 0-2102-0704, www.facebook.com/greatcadettutor/

ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว

เขียนโดย ร.อ.สุวิทย์ ไท้ทอง

ให้เรตสมาชิก: 5 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 
The Continuous (Progressive) Tenses

Present Continuous

รูปกริยา Subject + is (am, are) + (verb+ing).

วิธีการใช้
1.ใช้ present continuous เมื่อการกระทำนั้นกำลังดำเนินอยู่ต่อหน้า (ในขณะที่พูดประโยคนั้น)

- The sun is shining. (ดวงอาทิตย์กำลังส่องแสง)

- The bees are humming. (ฝูงผึ้งกำลังส่งเสียงหึ่ง)

- What are you doing? (คุณกำลังทำอะไร)
ในกรณีที่ผู้พูดต้องการ เน้นคำว่า กำลัง ให้หนักแน่นยิ่งขึ้น นิยมเติมคำ just ลงข้างหน้า (just ใน

กรณีเช่นนี้ ไม่มีคำแปลในภาษาไทย)เช่น

-The children are just having breakfast. (พวกเด็ก ๆ กำลังรับประทานอาหารเช้ากันอยู่)

2.ใช้ present continuous ในเหตุการณ์ที่ดำเนินอยู่เป็นประจำในขณะที่พูด นี่เป็นข้อยกเว้นจากหลักทั่วไปที่ว่า ใช้ present simple กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เช่น

- My son works hard this term. (เทอมนี้ ลูกชายของผมเรียนหนังสืออย่างขะมักเขม้น)

- He tries his best now. (ขณะนี้เขา (ใช้ความ) พยายามอย่างเต็มที่ (อย่างเต็มวามสามารถ))
ประโยคทั้งสองนี้ใช้ตามหลักทั่วไป ซึ่งจะพบว่าเป็นประโยคเนือย ๆ ไม่กระฉับกระแฉง ประโยคดังกล่าวจะมีความหมายดียิ่งขึ้นไปอีก ถ้าใช้ present continuous คือ

- My son is working hard this term.
- He is trying his best now.

3.ใช้ present continuous แสดงเหตุการณ์ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน
การใช้ Present continuous ในความหมายที่เป็นอนาคตนี้ ปกติเขาใช้กับกริยาที่มีการเคลื่อนที่ (verbs of movement) แต่จะใช้ กับกริยาอื่นบ้างก็ได้

- We are going to Paris on Sunday.(วันอาทิตย์นี้เราจะไปนครปารีส)

- Dang is coming here next week and is staying here until May.
(แดงจะมาที่นี่ในสัปดาห์หน้า และเขาจะอยู่ที่นี่จนถึงเดือนพฤษภาคม)

- What are you doing next Sunday?
(วันอาทิตย์หน้าคุณจะทำอย่างไร)

กริยาที่ไม่ใช้ใน Continuous Tenses

hear

ได้ยิน

love

รัก

see

เห็น

hate

เกลียด

feel

รู้สึก

know

รู้

smell

ได้กลิ่น

understand

เข้าใจ

taste

ได้รส,รู้รส

believe

เชื่อว่า

หมายเหตุ ฯลฯ

กริยาที่ไม่ใช่ใน Continuous ได้แก่ กริยาแสดงการรับรู้ (verbs of perception) แสดงภาวะของจิตใจ (state of mind) ความรู้สึก (feeling) หรือแสดงสัมพันธภาพ (relationship) เช่น

เมื่อต้องการจะบอกว่า กำลังมีอาการเช่นนี้อยู่ คงใช้เพียง Present simple เท่านั้น เช่น
- I don't see anything here. (ไม่ใช่ I am not seeing....)
(ผมไม่เห็นอะไรที่นี้เลย)

- I see what you mean. (ไม่ใช่ I am seeing...)
(ผมเข้าใจว่าคุณหมายความถึงอะไร)

- Do you hear the noise? (ไม่ใช่ Are you hearing...)
(ผมได้ยินเสียงอะไรไหม)


Past Continuous (Progressive)

รูปกริยา Subject+ was (were) + (verb+ing)
วิธีการใช้
โดยปกติ Tense นี้ จะไม่ใช้ในประโยคที่มีกริยาตัวเดียว แต่จะใช้ในประโยคที่มีกริยา 2 ตัวคู่กัน คือไมใช้ลอย ๆ เพียงเหตุการณ์เดียว แต่ใช้คู่กับ เหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งเสมอ

1.ใช้ past continuous ได้ลอย ๆ เพียงเหตุการณ์เดียวได้เฉพาะในกรณีที่มีคำบอกช่วงเวลากำกับไว้ในประโยค คือ บอกว่าเหตุการณ์นั้น ๆ กำลังดำเนิน อยู่ในอดีตตลอดเวลาที่กำหนดนั้น เช่น

- He was writing all day yesterday.

- He was writing all afternoon yesterday.

2.ใช้ past continuous กับเหตุการณ์ 2 อย่าง ซึ่งกำลังดำเนินอยู่พร้อม ๆ กันในอดีต (คำเชื่อมประโยค มักจะได้แก่ while)

- While one of the two thieves was working on the safe, the other was keeping watch for policemen.(ขณะที่ขโมยคนหนึ่ง(ในสองคน)กำลังจัดการกับตู้เซฟอยู่นั้น อีกคนหนึ่งก็(กำลัง)คอยดูตำรวจ)

- He was working in Bloomingon while I was working in Bangkok.(เขากำลังทำงานอยู่ในเมืองบลูมมิงตัน ในขณะที่ผมกำลังทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ)

3.ใช้ past continuous คู่กับ past simple
เมื่อเหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่ (Past continuous) ก็มีเหตุการณ์อีกอย่างหนึ่งเกิดขึ้น (past simple) เหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ใช้ past continuous เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ใช้ past simple คำเชื่อมประโยคมักจะได้แก่ when, as, while

- It was raining when I came home. (เมื่อผมกลับบ้านนั้น ฝนกำลังตกอยู่)

- While the man was looking at the picture, a thief stole his purse.
(ขณะที่ชายคนนั้นกำลังดูรูปภาพอยู่ ขโมยได้ลักเอากระเป๋าสตางค์ของเขาไป)

- As I was walking along the theatre, a car mounted the pavement and crashed into a shop.
(ขณะที่ผมกำลังเดินอยู่หน้าโรงหนัง มีรถคันหนึ่งปีนขึ้นไปบนทางเท้า และพังเข้าไปในร้านขายของร้านหนึ่ง)

หมายเหตุ
ควรสนใจความหมายของการตอบคำถามต่อไปนี้

- Did you hear about Anong's new job? (คุณรู้เรื่องงานใหม่ของอนงค์หรือเปล่า)

- Yes, my wife was telling me about it this morning.
หมายความว่า ภรรยาของผมได้บอกผมบ้างแล้ว แต่ผมก็ยังอยากรู้เรื่องนั้นอีก เพราะอาจจะเป็นว่าภรรยาบอกผมยังไมละเอียด

- Yes, my wife told me about it this morning.
หมายถึงว่า ภรรยาของผมถึงเรื่องนั้นแล้วละ และผมก็ไม่สนใจ ไม่อยากจะรู้เรื่องนั้นอีกเลย


Future Continuous (Progressive)

รูปกริยา Subject + will (shall) be + (verb+ing).

วิธีการใช้
1.ใช้ tense นี้ เมื่อต้องการจะบอกว่า ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคตจะมีเหตุการณ์อะไรกำลังดำเนินอยู่
การใช้ Tense นี้จึงต้องมี คำบอกเวลา ณ จุดหนึ่งในอนาคตกำกับอยู่ด้วยเสมอ คำบอกเวลานี้อาจเป็นกลุ่มคำ หรือวลี

- At this time tomorrow I shall be flying over Hong Kong.
(ณ เวลานี้ในวันพรุ่งนี้ ผม(คง)จะกำลังเป็นอยู่เหนือฮ่องกง)

- He will be sleeping at 7 o'clock tomorrow morning.
(เขา(คง)จะกำลังหลับอยู่ ณ เวลา 7 นาฬิกาพรุ่งนี้เช้า)

- He'll be busy working when we call.
(เมื่อเราไปหาเขา เขาคงกำลังยุ่งอยู่กับงาน)

2. ใช้ future continuous กับเหตุการณ์ในอนา คต ซึ่งผู้พูดตัดสินใจแน่นอนแล้วว่า จะทำเช่นนั้น (ประโยคเช่นนี้ใช้เพียง future simple ก็ได้ แต่ความ หมายจะอ่อนลงไป)

- I'll be working all day tomorrow.(=I'll work all day tomorrow)
(พรุ่งนี้ผมจะทำงานทั้งวัน)

- The Browns will be staying with us again this year.
(=The Browns will stay with us again this year.)
(ปีนี้พวกครอบครัวบราวน์คงจะมาพักกับเราอีก)

- What will you be doing tomorrow?(=What will you do tomorrow?)
(พรุ่งนี้คุณจะทำอะไร)

- The ship will be sailing tomorrow morning. (=The ship will sail tomorrow morning.)
(เรือจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า)