สถาบันกวดวิชาเกรทคาเด็ทติวเตอร์ 

โทร. 09-4950-9159, 09-4950-9591, 0-2102-0703,  

 แฟกซ์ 0-2102-0704, www.facebook.com/greatcadettutor/

ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว

เขียนโดย ร.อ.สุวิทย์ ไท้ทอง

ให้เรตสมาชิก: 5 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 
Battle of Thermopylae I

สวัสดีครับ กลับมาพบกันเช่นเคยนะครับสำหรับคอลัมน์ที่ฮิตที่สุดในเว็บนี้ จากยอดผู้เข้าชม (เพราะเจ้าของคอลัมน์เข้ามาคลิกเองวันละหลายที) ต้องขอโทษผู้อ่านหลายท่านที่อาจจะคอยนานไปนิดนะครับ ยังไงจะพยายามหาเนื้อหาต่างๆ ที่น่าสนใจมาเสนอกันบ่อยๆ นะครับ เอาเป็นว่า ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงผมจะลงเนื้อหาอย่างน้อยเดือนละครั้งละกันนะครับ
สำหรับวันนี้ผมอยากเสนอภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับสงครามซึ่งดูแล้วดุเดือดเลือดพล่าน ตื่นเต้นเร้าใจ และปลุกใจให้ฮึกเหิมสมกับที่เว็บนี้เป็นเว็บทหารนะครับ ใครที่ไปชมมาแล้วคงทึ่งในความกล้า บ้า (หรือว่าต๊องกันแน่) ของทหารเพียงแค่ 300 นาย ที่หาญกล้าไปต่อกรกับทหารเป็นล้าน (ในเรื่องเขาว่าอย่างนั้นนะ) สำหรับท่านที่ยังผมแนะนำหามาชมได้นะครับมีในรูปแบบซีดี และดีวีดี มาสเตอร์แล้ว (แนะนำนะครับว่าให้ชมแผ่นแท้ อย่าไปดูเลยหนังซูมเสียอารมณ์) ครับ ใช่แล้ว ผมกำลังพูดถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่มีชื่อเก๋ไก๋เป็นตัวเลขว่า 300 ครับ (ดีนะเขามีทหารแค่ 300 ถ้ามี 500 คงดูแปลกๆ)
สำหรับเนื้อเรื่องตามประวัติศาสตร์มีให้อ่านได้ข้างล่างนี้ครับ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงและยังคงมีหลักฐานยืนยันจนทุกวันนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเรียกว่าสงคราม ณ ช่องเขาเธอร์โมไพลี

Battle of Thermopylae

Thermopylae is primarily known for the battle that took place there in 480 BC, in which an outnumbered combined Greek force of approximately 7,000 held off the advancing Persians under Xerxes for three days before being betrayed. A local named Ephialtes revealed a mountain pass that allowed Xerxes to outflank the Greeks. Leonidas sent the main army in retreat while a small band of Spartans stayed behind and resisted the advance to the last man. เธอร์โมไพลี เป็นที่รู้จักในฐานะสมรภูมิของสงคราม ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 480 ปีก่อนคริสตกาล โดยกองกำลังผสมกรีกประมาณ 7,000 นาย ได้ยึดเป็นที่ต้านกองกำลังขนาดมหาศาล ของกษัตริย์เซอร์เซสแห่งเปอร์เซีย เป็นเวลาสามวันก่อนที่จะถูกทรยศ โดยชาวบ้านชื่อว่า อีฟิอัลติส เป็นผู้เปิดเผยช่องทางข้ามเขา ให้ทหารของเซอร์เซสอ้อมไปตลบหลังทหารกรีก ลีโอไนดาส, กษัตริย์ของสปาร์ตา ได้สั่งให้กองกำลังส่วนใหญ ่ถอยทัพในขณะที่กองทหารสปาร์ตา อยู่ต่อต้านการรุกของเปอร์เซียจนคนสุดท้าย



ช่องเขาเธอโมไพลี ปัจจุบัน (บน) และในอดีต (ล่าง)

The combined Greek force included 300 Spartans, 4,900 additional heavy infantry from Arcadia, Corinth, Thespiae, Phocis, Tegea, Mantinea, Mycenae, Phleious, and Thebes, an unspecified amount from the Opuntian Locrians and a number of slaves (each hoplite could be expected to have at least one lightly armed retainer). กองกำลังผสมกรีกประกอบด้วยทหารสปาร์ตา 300 นาย, ทหารราบหนัก 4,900 นายจากอาร์เคเดีย, โครินธ์, เธสเปีย, โฟซิส, เทกี, แมนทินี, ไมซีนี, ฟลีเอียส, และธีบีส นอกจากนี้ยังมีกำลังส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถระบุจำนวนได้จากโอพันเชียน, โลเครียน และทาสอีกส่วนหนึ่ง (ทหารกรีกแต่ละคนสามารถนำผู้ติดตามไปร่วมรบได้อย่างน้อยหนึ่งคน)


ลีโอไนดาสกับทหารทั้ง 300 ในจินตนาการของจิตรกร

Although the Persians were many in number, and their manpower clearly exceeded that of the Greeks, estimates of their actual strength vary widely, from an army as small as 20,000 to as large as 5,000,000 (Greek historian Herodotus numbered the Persian army at 2,000,000); the most widely accepted number is between 200,000 and 300,000. The Athenian naval commander Themistocles protected the fighting Spartans from approaching Persian warships in the undecided naval battle of Artemisium, north of Thermopylae, by ramming his ships into the Persian warships. The films The 300 Spartans (1962) and 300 (2007) are based on this battle. แม้ว่ากำลังของเปอร์เซีย จะมีมากกว่ากรีกอย่างเห็นได้ชัด, แต่ความเข้มแข็งของกองทหาร กลับมิได้เป็นอันเดียวกัน, โดยมีตั้งแต่กองทัพขนาดเล็กกำลังพล 20,000 นาย ไปถึงกองทัพใหญ่ขนาด 5,000,000 นาย (เฮโรโดตัส นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ระบุจำนวนทหารเปอร์เซียว่า มีประมาณ 2,000,000 นาย) จำนวนที่เป็นที่ยอมรับกัน อยู่ระหว่าง 200,000 ถึง 300,000 นาย ผู้บังคับกองเรือ ของเอเธนนามเธมิสโทเคิล ได้ปกป้องกองทหารสปาร์ตา จากเรือรบของเปอร์เซียในยุทธนาวีแห่งอาเทมีเซียม ซึ่งอยู่ทางเหนือของเธอร์โมไพลี โดยนำเรือของตัวเอง เข้าชนกับเรือรบของเปอร์เซีย ภาพยนตร์ 300 สปาร์ตา (ปี 1962) และ 300 (ปี 2007) ได้ถูกถ่ายทำโดยอิงเนื้อหา จากประวัติศาสตร์สงคราม ดังกล่าว